top of page
VA_last_slide_image_no_logo.png

Insights & Updates

ศูนย์รวมบทความความรู้ ข่าวสาร ด้านอะไหล่รถยนต์

สำหรับร้านค้า อู่ซ่อม และผู้ใช้งาน

22 ก.ค.
ยาว 1 นาที

ระบบเบรก ทั้ง 4 ล้อไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกันหมด โดยเฉพาะ ล้อหน้าและล้อหลังมีหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ผ้าเบรกและจานเบรกด้านหน้าและด้านหลัง จึงไม่ได้ถูกออกแบบเหมือนกัน


ทุกครั้งที่เหยียบเบรก น้ำหนักของรถจะถ่ายเทไปด้านหน้าทันที (Weight Transfer) เสมือนเวลาเราวิ่งแล้วเบรกกะทันหัน ตัวเราจะคะมำไปข้างหน้า

รถยนต์จึงต้องออกแบบล้อหน้าให้รับแรงกดและแรงเบรกมากที่สุด โดยเฉลี่ยประมาณ 70-80% ของแรงเบรกทั้งหมด ขณะที่ล้อหลังรับภาระเพียง 20-30%


แต่ล้อหลังก็ไม่ได้สำคัญน้อยไปกว่า แม้จะรับแรงเบรกน้อยกว่า แต่ล้อหลังมีหน้าที่ช่วยรักษาสมดุลของรถขณะเบรก ให้หยุดได้อย่างมั่นคง พร้อมทำงานร่วมกับระบบเบรกอย่าง ABS, ESC


ด้วยภาระล้อหน้าที่ต้องรับแรงเบรกมากกว่า จึงเป็นสาเหตุให้ ผ้าเบรกหน้าจะสึกเร็วกว่าหลัง และจานเบรกหน้ามีขนาดใหญ่กว่า เพราะต้องรับมือกับความร้อนและแรงเบรกที่สูงกว่าหลายเท่า

ผ้าเบรกหน้าและหลัง ต่างกันอย่างไร?

ไม่ใช่แค่ขนาดที่ต่างกันเท่านั้น ผ้าเบรกหน้าถูกออกแบบให้ รับอุณหภูมิ/แรงเสียดทานได้สูงกว่า และตอบสนองได้รวดเร็ว ส่วนผ้าเบรกหลังจะเน้น เรื่องของความนุ่มนวล/ความสมดุล รวมถึงการลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน จึงไม่สามารถนำผ้าเบรกหน้ามาใช้แทนหลัง หรือสลับตำแหน่งกันได้


จานเบรกล้อหน้า

จานเบรกหน้าและจานเบรกหลัง ต่างกันอย่างไร

จานเบรกหน้ามักมีขนาดใหญ่กว่า และหลายรุ่นจะใช้ จานเบรกแบบมีช่องระบายอากาศ (Ventilated Disc) เพื่อช่วยระบายความร้อนจากการเบรกหนัก


ส่วน จานเบรกหลัง จำนวนมากยังเป็น จานตัน (Solid Disc) เพราะรับภาระความร้อนน้อยกว่า การออกแบบทั้งหมดนี้ เป็นการทำให้ระบบเบรกทั้งคันทำงานอย่างสมดุล ไม่ใช่ให้ล้อใดล้อหนึ่งทำงานหนักเกินไป


รถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะใช้ ดิสก์เบรก (Disc Brake) ที่ล้อหน้า ส่วนล้อหลัง ขึ้นอยู่กับประเภทของรถและรุ่นรถ เช่น รถยนต์รุ่นใหม่ รถ suv และรถสมรรถนะสูง ส่วนมากใช้ Disc Brake ทั้ง 4 ล้อ


ในรถยนต์ขนาดเล็ก หรือ อีโคคาร์บางรุ่น รวมถึงรถกะบะ อาจใช้ ดรัมเบรก (Drum Brake) ที่ล้อหลัง ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า และเพียงพอต่อแรงเบรกที่ล้อหลังต้องรับ

ระบบเบรก Bosch Blue Line ออกแบบให้เหมาะกับหน้าที่ของแต่ละล้อ

Bosch Blue Line ไม่ได้ผลิตผ้าเบรกด้วยสูตรเดียวสำหรับรถทุกคัน หรือใช้ผ้าเบรกหน้าและหลังเหมือนกันทั้งหมด


แต่พัฒนาสูตรวัสดุเสียดทาน รูปทรง และโครงสร้างของผ้าเบรกให้เหมาะกับ น้ำหนักรถ, ขนาดจานเบรก, ระบบคาลิปเปอร์, การกระจายน้ำหนัก และลักษณะการใช้งานของรถแต่ละรุ่น เพื่อให้แรงเบรกของทั้งสี่ล้อทำงานสอดประสานกันอย่างเหมาะสม


จานเบรก Bosch Blue Line ผลิตจากเหล็กหล่อคุณภาพสูง ผ่านการควบคุมความแม่นยำของผิวสัมผัสและสมดุลของจานเบรก เพื่อให้ทำงานร่วมกับผ้าเบรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปแล้วระบบเบรกไม่ได้ออกแบบล้อหน้า-ล้อหลัง ทำงานเหมือนกัน ล้อหน้ามีหน้าที่สร้างแรงเบรกหลัก ส่วนล้อหลังช่วยรักษาสมดุลและเสถียรภาพของรถ ดังนั้นทั้งผ้าเบรกและจานเบรกจึงต้องถูกออกแบบให้เหมาะกับตำแหน่งและภาระของแต่ละล้อ และควรได้รับการตรวจสอบเป็นประจำทุกครั้งที่เข้าศูนย์บริการ หรือประมาณทุก 10,000 กิโลเมตร


Bosch Blue Line จึงพัฒนาผ้าเบรกและจานเบรกให้ตรงกับรถแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลัง พร้อมผ่านมาตรฐาน ECE R90 เพื่อให้ระบบเบรกทั้งคันทำงานอย่างสมดุล มั่นใจได้ในทุกจังหวะการหยุดรถ และทุกเส้นทางที่คุณขับขี่

เลือกผ้าเบรกและจานเบรก Bosch Blue Line ที่ออกแบบตามสเปกรถ พร้อมมาตรฐาน ECE R90 ได้ที่ VA Autopart ให้ทุกจังหวะการชะลอและหยุดรถ มั่นใจได้มากกว่าในทุกเส้นทาง


Line Official Account: @vaautopart

โทร: 064-914-5952



ความคิดเห็น


CONNECT WITH US & POWER YOUR BUSINESS
WITH TRUSTED BRAKING SOLUTIONS

1 ถนน พุทธมณฑล สาย 1 ซ. 13
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160

Tel: 064-914-5952

  • Facebook
  • Line
  • TikTok

​

bottom of page