top of page
VA_last_slide_image_no_logo.png

Insights & Updates

ศูนย์รวมบทความความรู้ ข่าวสาร ด้านอะไหล่รถยนต์

สำหรับร้านค้า อู่ซ่อม และผู้ใช้งาน

27 ก.ค.
ยาว 1 นาที

เวลามองรถสปอร์ตหรือรถแต่ง หลายคนคงเคยเห็น จานเบรกเจาะรู (Drilled Disc) หรือ จานเบรกเซาะร่อง (Slotted Disc) จนเกิดความเชื่อว่า ยิ่งมีรูเยอะ ยิ่งเบรกดี แต่ในความเป็นจริง รูเจาะและร่องเซาะ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว และก็ไม่ใช่ว่ารถทุกคันจำเป็นต้องใช้

หน้าที่ของ จานเบรก (Brake Rotor) คือรับแรงกดจากผ้าเบรก แล้วเปลี่ยนพลังงานการเคลื่อนที่ของรถให้กลายเป็นความร้อน ทุกครั้งที่เหยียบเบรก อุณหภูมิบริเวณหน้าสัมผัสระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรกสามารถสูงขึ้นหลายร้อยองศาเซลเซียส ยิ่งเบรกแรง เบรกต่อเนื่อง หรือขับลงเขา ความร้อนก็ยิ่งสะสมมากขึ้น


ดังนั้นการออกแบบจานเบรก จึงมีเป้าหมายหลักคือ ระบายความร้อน, รักษาหน้าสัมผัสกับผ้าเบรกให้สม่ำเสมอ และ คงประสิทธิภาพการเบรกในทุกสภาพการใช้งาน

ประเภทจานเบรก


จานเบรกเจาะรู

1) จานเบรกแบบเรียบ (Plain Disc)

จานเบรกแบบเรียบ เป็นแบบที่พบมากที่สุดในรถยนต์ที่เป็นมาตรฐานมาจากโรงงาน หลายรุ่นจะเป็น Ventilated Disc หรือ จานเบรก แบบมีช่องระบายอากาศอยู่ภายในตัวจาน เพื่อให้อากาศไหลผ่านและช่วยระบายความร้อน แม้ภายนอกจะดูเรียบ แต่ภายในถูกออกแบบให้ช่วยลดการสะสมความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ข้อดี

  • แข็งแรง

  • อายุการใช้งานยาว

  • โอกาสแตกร้าวต่ำ

  • เหมาะกับการใช้งานทุกวัน

  • ดูแลรักษาง่าย


จึงเป็นรูปแบบที่ผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่เลือกใช้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน


2) จานเบรกแบบเจาะรู (Drilled Disc)

รูบนจานเบรกไม่ได้ทำให้รถเบรกสั้นลงโดยตรง แต่มีหน้าที่หลักคือ ช่วยระบายความร้อน/แก๊สที่เกิดจากการเสียดสีของผ้าเบรก ช่วยรีดน้ำออกจากหน้าจาน รวมถึงลดน้ำหนักของจานเบรกได้เล็กน้อย แต่หากออกแบบไม่ดี หรือ ผลิตไม่ได้มาตรฐาย บริเวณขอบรูอาจเกิดการสะสมความเค้น (Stress Concentration) ได้


3) จานเบรกแบบเซาะร่อง (Slotted Disc)

ร่องบนจานเบรกมีหน้าที่ต่างจากรูเจาะเล็กน้อย ทำหน้าที่ปัดฝุ่นผ้าเบรกออกจากหน้าสัมผัส, ระบายแก๊ส และช่วยรีดน้ำออกจากหน้าจาน จึงให้ความรู้สึกเบรกที่คมและตอบสนองได้ดี เหมาะกับรถที่ใช้งานหนักหรือมีการเบรกซ้ำ ๆ แต่มีข้อเสีย คือ ผ้าเบรกอาจสึกเร็วขึ้นเล็กน้อย และอาจมีเสียงมากกว่าจานเบรกแบบเรียบ


4) จานเบรกแบบเจาะรูและเซาะร่อง (Drill and Slotted Disc)

เป็นการผสานข้อดีของจานเบรกทั้งสองรูปแบบไว้ในจานเดียว โดย รูเจาะ ช่วยระบายความร้อน ระบายแก๊ส และรีดน้ำออกจากหน้าจาน ขณะที่ร่องเซาะช่วยปัดฝุ่นผ้าเบรก สิ่งสกปรก เหมาะสำหรับรถที่ต้องรับภาระสูงหรือใช้งานในสภาพที่ต้องเบรกบ่อย เช่น รถ SUV, รถออฟโรด รถลากจูง หรือรถแข่งบางประเภท แต่ผ้าเบรกจะรับภาระทำให้สึกเร็วกว่า มีเสียงเบรกมากขึ้น และราคาสูง

แล้ว Bosch เลือกใช้จานเบรกแบบไหน?

ส่วนมากที่เราเห็น จานเบรกบ๊อชทั่วไปจะเป็นจานเบรกแบบเรียบ แต่ความจริงแล้ว Bosch มีการผลิตจานเบรกหลายรูปแบบ ทั้งจานเรียบ จานระบายอากาศ (Ventilated Disc) รวมถึงจานเจาะรูหรือจานเซาะร่องในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์


อย่างไรก็ตาม จานเบรก Bosch ที่จำหน่ายในตลาดอะไหล่ทดแทนส่วนใหญ่ในประเทศไทย จะเน้นการออกแบบตามมาตรฐานเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์ (OE Specification) โดยเลือกชนิดของจานเบรกให้เหมาะกับรถแต่ละรุ่น มากกว่าการเพิ่มรูเจาะหรือร่องเซาะเพื่อความสวยงาม


Bosch Blue Line Brake Disc ไม่ได้ออกแบบให้มีรูเจาะหรือเซาะร่องเป็นมาตรฐาน แต่เลือกใช้แนวคิดเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์ (OE)


● จานเบรกแบบเรียบ

● หลายรุ่นเป็น Ventilated Disc สำหรับล้อหน้า

● วัสดุ High Carbon ในหลายรุ่น

● เคลือบผิวป้องกันสนิมในบางรุ่น

● ผ่านมาตรฐาน ECE R90


เพราะ Bosch มองว่าประสิทธิภาพของจานเบรกไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีรูหรือร่องเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก วัสดุ การถ่ายเทความร้อน ความแม่นยำของการผลิต และการทำงานร่วมกับผ้าเบรก ให้สมดุลกับรถแต่ละรุ่น


กล่าวคือ หากรถรุ่นนั้นจากโรงงานใช้จานเรียบ Bosch ก็จะผลิตจานเรียบ หากรถรุ่นนั้นใช้จานระบายอากาศ หรือจานสมรรถนะสูง Bosch ก็ผลิตให้ตรงตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อให้ระบบเบรกทั้งหมดทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สรุปแล้วจานเบรกแต่ละรูปแบบถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน


  • รถใช้งานทั่วไป จานเรียบหรือจานระบายอากาศคุณภาพสูง ก็เพียงพอและให้ความทนทานที่ดี

  • รถที่ใช้งานหนัก อาจต้องการวัสดุหรือการออกแบบที่ช่วยจัดการความร้อนได้มากขึ้น

  • รถสมรรถนะสูง จึงอาจเลือกใช้จานเจาะรูหรือจานเซาะร่องตามลักษณะการใช้งาน


เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้รถหยุดได้อย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่จำนวนรูบน จานเบรก แต่คือการที่จานเบรก ผ้าเบรก คาลิปเปอร์ และน้ำมันเบรก ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างสมดุล ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับการพัฒนาระบบเบรกของ Bosch Blue Line ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกสเปกให้เหมาะกับรถแต่ละรุ่น มากกว่าการใช้รูปแบบเดียวกับรถทุกคัน

เลือกจานเบรก Bosch Blue Line ที่ผลิตตามสเปกรถแต่ละรุ่น เพื่อประสิทธิภาพการเบรกที่มั่นใจและสมดุลกว่า


สอบถามรุ่นที่รองรับ รหัส ราคา และจุดจำหน่ายได้ที่ VA Autopart


Line Official Account: @vaautopart

โทร: 064-914-5952



ความคิดเห็น


CONNECT WITH US & POWER YOUR BUSINESS
WITH TRUSTED BRAKING SOLUTIONS

1 ถนน พุทธมณฑล สาย 1 ซ. 13
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160

Tel: 064-914-5952

  • Facebook
  • Line
  • TikTok

​

bottom of page